Posts
IELTS (Ideas): Curitiba
- Get link
- X
- Other Apps
Curitiba เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ที่ประเทศ Brazil และก็เหมือนกับเมืองอื่นๆของโลกนี่แหละ มันเป็นเมืองที่ต้องจัดการกับปัญหาอย่างเช่น มลพิษ, ความยากจน, และเงินจากรัฐที่น้อย (have to deal with issues such as pollution, poverty, and limited public funding) แต่เมืองนี้มีการบริหารจัดการที่ค่อนข้างดีนะ อย่าง mayor ของเมืองที่ชื่อ Jaime Lerner เขาก็ได้คิดวิธีแก้ปัญหาต่างๆที่ค่อนข้างใหม่/สร้างสรรค์ (introduce some innovative solutions) เดี๋ยวเราลองมาดูกันว่า Lerner เขาคิดอะไรขึ้นมาบ้าง: หนึ่งใน goal ของ Lerner เลยคือการทำให้เมือง Curitiba นั้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (make the city more environmentally friendly) ซึ่งสิ่งที่เขาทำก็คือ ริเริ่มโครงการรีไซเคิลโดยใช้ระบบ incentive (=สิ่งที่จูงใจ/กระตุ้นให้คนทำอะไรสักอย่าง) (initiate a recycling scheme based on an incentive system) พอคนในเมืองนี้เอาขยะไปรีไซเคิล เขาก็จะได้รับผักหรือเหรียญที่ไว้ใช้ขึ้นรถประจำทางกลับมา (receive a bag of vegetables or bus tokens) ตอนนี้เมืองนี้เลยขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีอัตราการรีไซเคิลสูงที่สุดในโลก นอกจากนี้ Lern...
การเรียน IELTS Writing Task 2 ด้วยตนเองง่ายๆ
- Get link
- X
- Other Apps
ผู้ที่เตรียมตัวสอบ IELTS หลายๆคนมักจะมีปัญหากับ Writing มากๆ โดยเฉพาะ Writing Task 2 เนื่องจากต้องใช้ความคิดด้วยและต้องมีภาษา (คำศัพท์และแกรมมา) ที่ดีด้วย หลายๆคนก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน บางคนก็ไปหา sample essays (essays ตัวอย่าง) มาอ่าน และโดยส่วนตัวครูบีมมองว่าเป็นวิธีที่ดีแล้วนะครับ แต่มันอาจจะดีได้มากกว่านี้ถ้าหากว่าเรารู้ว่าจะศึกษาเรียนรู้จาก essays ตัวอย่างเหล่านั้นอย่างไร วันนี้ครูบีมจึงมี video lesson มาฝาก ให้กับคนที่กำลังศึกษาด้วยตนเองอยู่เลย รับชมกันได้เลยครับ (ความยาวประมาณ 36 นาที อยากจะไวขึ้นก็ปรับ speed เป็น 1.25 หรือ 1.5 ก็ได้ถ้าฟังทันครับ): (ขายของ: มีบริการรับตรวจ Essays ของ IELTS Writing Task 2 อยู่นะครับ อิอิ) สำหรับเว็บที่ครูบีมแนะนำคือ: https://howtodoielts.com/recent-ielts-writing-topics-2022/ (อันนี้คนเขียนเก่งจริงๆครับ สามารถไปศึกษาเป็นแนวทางจากเขาได้เลยนะ)
IELTS Writing Task 1: Vocabulary 1 (pass, cross, reach, swell, etc.)
- Get link
- X
- Other Apps
ในการสอบ IELTS Writing Task 1 จะมีข้อสอบลักษณะที่เรียกว่า dynamic data นั่นคือ ข้อมูลที่มีช่วงเวลา (เราอาจจะถูกสั่งให้เขียนอธิบายข้อมูลของปีอย่างเช่น 1940 – 2008 เป็นต้น) และในการเขียนลักษณะนี้เราอาจจะต้องใช้คำศัพท์ในการแสดง " การเปลี่ยนแปลงของข้อมูล " โดยพื้นฐาน ผู้ที่เตรียมสอบอยู่มักจะรู้จักคำศัพท์อย่างเช่น increase, decrease ต่างๆอยู่แล้ว แต่จริงๆถ้าเราอ่านงานเขียนเกี่ยวกับข้อมูลบ่อยๆ เราจะพบว่ามีวิธีการใช้คำศัพท์อื่นๆที่หลากหลายกว่านี้มากในการแสดงการเปลี่ยนแปลงข้อมูล วันนี้ลองมาดูจากย่อหน้าด้านล่างนี้กันว่ามีคำว่าอะไรบ้าง โดยเริ่มแรกครูบีมอยากให้อ่านกันก่อนนะครับ: “ In the early years of the 19th century , the world’s total population passed one billion . In 1959 , the population crossed the three billion mark , and 15 years later , it reached four billion . By 1987 , there were five billion people on the planet , six billion in 1999, and in 2011 that figure swelled to seven billion.” (Source: How We're F***ING Up Our Planet, Tony Juniper) หลังจากอ่านเสร็จแล...
Grammar: การเขียนและนับศตวรรษ
- Get link
- X
- Other Apps
ใน IELTS reading passages เรามักจะเจอการบอกเวลาเป็นศตวรรษแทรกอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น In the eighteenth century, ... In the first half of the 1800s, ... In the early 14th century, ... In the late 18th century, ... และนอกเหนือจากในตัว passages แล้ว บางครั้งเราอาจจะเจอข้อสอบแบบเติมคำที่ให้เติม summary, notes, หรือ table ให้สมบูรณ์และถูกต้องโดยที่มีเวลาเป็นศตวรรษให้มาด้วย อย่างเช่น ข้อสอบข้อ 8 – 13 ใน Cambridge IELTS 15 Test 1 Reading Passage 1 (ดูภาพประกอบ) ดังนั้น เพื่อให้ทราบว่าจะเขียนอย่างไร (เวลาเอาไปใช้สอบ writing) และจะเข้าใจปีในศตวรรษนั้นๆอย่างไร (เวลาเอาไปใช้สอบ reading) เราลองมาดู หลักการเขียนและนับศตวรรษ กันดีกว่าครับ การเขียนและนับศตวรรษ 1. การเขียนศตวรรษ เวลาเราจะบอกว่า ศตวรรษที่เท่าไหร่ เราจะมีกฎเบื้องต้นง่ายๆดังนี้ ขึ้นต้นด้วย the ข้างหน้าก่อน ตามด้วยเลขลำดับ (fourteenth, fifteenth, sixteenth, ... หรือ 14th, 15th, 16th, ...) ตามด้วยคำว่า century ถ้าเราจะพูดถึง 2 ศตวรรษขึ้นไป คำว่า century จะต้องอยู่ในรูป plural (พหูพจน์) เช่น the fourteenth century หรือ the fourteenth and fi...
Grammar: Appositive Phrase
- Get link
- X
- Other Apps
👉🏻 Appositive Phrase (เจอไม่บ่อยให้ตบ) สิ่งนึงที่ดูเผินๆ (on the surface) เหมือนจะทำให้ reading ยาก แต่จริงๆพอเราเรียนรู้เกี่ยวกับมันแล้ว มันสามารถ: (1) ทำให้เราเข้าใจคำศัพท์นั้นมากขึ้น (2) ทำให้เรารู้ศัพท์ที่เราไม่รู้ได้คร่าวๆ ก็คืออี appositive phrase ตัวดีนี้นี่แหละครับ ‼️ อะ แล้ว appositive phrase มันคืออะไร? มันคือ " กลุ่มคำนาม ที่เป็น extra information ขยายคำนามที่อยู่หน้ามัน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจนามนั้นมากยิ่งขึ้น " ฟังดูเข้าใจยากจัง 😱 ... มาดูตัวอย่างง่ายๆประกอบกันก่อนนะครับ สมมติครูบีมเขียนประโยคงี้: 👉🏻 Beam is 30 years old. เขียนแบบนี้หลายคนที่ไม่รู้จักบีมก็คงจะงงสิว่า "เอ๊ะ!! อีบีมนี่มันคือใคร?" 🤔🤔🤔 เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจมากขึ้นว่า "อีนังบีมมันเป็นใคร" ครูบีมก็เลยเลือกที่จะใส่ กลุ่มคำนาม เข้าไปบอกให้คนอ่านทราบแบบนี้: 👉🏻 Beam , an English teacher, is 30 years old. แบบนี้ อย่างน้อยคนอ่านก็จะรู้แล้วว่า "อ๋อ อีบีมนี่มันเป็นครูสอนอังกฤษนี่เอง" 🤗 ✳️ หลักของ Appositive Phrase 1️⃣ มันต้องเป็นกลุ่มคำนามเท่านั้นแหละจ้ะ (an English te...
Grammar: Comma Splice
- Get link
- X
- Other Apps
ปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยเวลาตรวจงานเขียนของนักเรียนคือเรื่อง Comma Splice 1 Comma Splice คืออะไร? Comma splice คือเวลาที่นักเรียนใช้ comma (,) เชื่อม 2 clauses เข้าด้วยกันโดยปราศจากตัวเชื่อม 2 ตัวอย่างประโยคที่เป็น Comma splice She was sick, she did not go to school. Air pollution is a very serious problem, there are many ways to solve this problem. สังเกตว่าเมื่อจบ clause แรก เช่นจบ She was sick แล้ว เขาใช้ comma แล้วขึ้นอีก clause หนึ่งเลย แบบนี้ถือว่า " ผิด " นะครับ 3 วิธีแก้เบื้องต้น เบื้องต้นสามารถทำได้ 2 วิธีใหญ่ๆ นั่นคือ เมื่อจบ clause หนึ่งแล้วให้ใส่ full stop (.) แทน She was sick . She did not go to school. Air pollution is a very serious problem . There are many ways to solve this problem. ใช้คำเชื่อม (เบื้องต้นคือใช้ coordinating conjunctions เช่น and, but, or, so) She was sick , so she did not go to school. Air pollution is a very serious problem , but there are many ways to solve this problem. หมายเหตุ : จริงๆแล้วคำเชื่อมมีอีกหลายชนิด เช่น correlative conjunctions...